บทเรียนของผู้ชนะที่แปลงเป็นผู้แพ้ในศึกบิ๊กแมตช์mma

ภายหลังจากจบศึกบิ๊กแมตช์ไปหมาดๆระหว่างการประจันหน้ากันของ คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ นักต่อยสุดเหี้ยนแต่ว่าฝีมือเก่งฉกาจฉกรรจ์ ของแวดวงmma


กับ คาบิบ นูร์มาโกเมดอฟ ที่มีความชำนาญการจับล็อคอดทน ดีกรีแชมป์

ซึ่งในที่สุดข่าวสารที่ดังมากกว่าผลของการต่อยซึ่งก็คือเหตการณ์รบที่มีเกิดขึ้นในสนามข้างหลังเกมการแข่งขัน ซึ่งมีการเข้าปะทะกันทั้งทีมงานคนดูแลของนักสู้ รวมทั้งบรรดาสหายนักสู้คนอื่นรวมทั้งตัวนักสู้เองที่ร่วมวงกันทั้งสองฝ่าย

ถ้าเกิดนี่เป็นกีฬาชกมวยปลุกปล้ำสายโชว์แน่ๆว่าเรื่องราวของการทะเลาะวิวาทอีกทั้งในแล้วก็นอกสนาม จะเป็นสีสันให้กำเนิดความเพลิดเพลินความมันส์ต่อผู้ชม ทว่า mmaไม่ใช่ ซึ่งผลพวงที่เกิดขึ้นนั้นตามมาได้ทั้งยังผลทางคดี และก็โทษแบนรวมทั้งค่าเสียหายค่าทำขวัญอีกเยอะแยะ

แม้ว่าจะเป็นที่รู้กันดีว่า ทั้งยัง แมคเกรเกอร์แล้วก็คาบิบ นั้นมีปัญหาร้ายแรงต่อกันโดยตลอดก่อนเกมการต่อยจะมีขึ้น และก็ยังทวีความแย่ลงกว่าเดิมร้ายแรงถึงกับขนาดมีการดักรังแก แต่ว่าคนไหนเลยจะคาดหวังว่าจะมีเหตบานปลายร้ายแรงเกิดขึ้นได้คราวหลังเกมการต่อย

เนื่องจากว่าโดยทั่วไปแล้วการผลิตวิวาทะหรือหาเงื่อนชนวนความไม่ลงรอยกันให้มีเกิดขึ้นก่อนจะมีการเปิดศึกนั้น นับว่าเป็นแนวทางพื้นๆที่ใช้กันมานานมากโบราณ รวมทั้งยังถูกใช้ในแวดวงต่อสู้อื่นๆทั้งยัง มวยสากลหรือที่ใช้กันอย่างบ่อยเกินยอดฮิตมากมายๆก็คือมวยปล้ำ เพื่อกำเนิดความมีซีรีย์เรื่องราว อันจะสามารถเพิ่มความพึงพอใจติดตามมองของผู้ชมได้มากขึ้น มีผลถึงยอดจำหน่ายบัตรและก็ยอดเปเปอร์ทิวทัศน์ อย่างล้นหลาม แต่ก็ตามหลายต่อหลายเกมที่มีเรื่องมีราวราวทำนองนี้ ชอบจบสิ้นลงด้วยการประสานมือกันหรือเปล่าได้มีความแค้นฝังลึกอะไรต่อกันอย่างแท้จริง เหมือนต่างรู้กันว่ามันเป็นเคล็ดวิธีเชิงการตลาด

แต่ว่าเมื่อเคล็ดวิธีนี้ถูกประยุกต์ใช้ด้วยโดย แมคเกรเกอร์ มันก็ถูกใช้ออกอย่างออกจะสั้นและก็ซ่อนเร้นความเลวทรามแบบไม่มีขอบเขต กระทบล้ำเส้นไปถึงหลายหลักสำคัญที่ไม่สมควรถูกนำเอามาใช้ มีการเล่นแรงหรือซ่อนเร้นความรู้สึกว่ามีการเหยียดหยามกันอย่างเป็นจริงเป็นจัง เกิดขึ้นจริงๆมันไม่ใช่การแกล้งทำเป็นดี!!!

คาบิบ นูร์มาโกเมดอฟ ภายหลังนำเอาความเก็บกดโกรธแค้นฝังแน่นเอาไว้เยอะแยะ ทั้งยังยังโดนเสียงดูหมิ่นเหยียดหยามจากข้างเวทีกันแบบใหม่ๆระหว่างการต่อสู้ ผลที่เกิดเป็นความเพียรพยายามจะหักฟันกราม ของแมคเกรเกอร์ที่เสียทีให้อยู่นั้น หมายเอาถึงขนาดให้ทุพพลภาพเสียมวยไม่บางทีอาจขึ้นสังเวียนได้อีกอย่างยิ่งจริงๆ แต่ว่าแมคเกรเกอร์ยังโชคดีที่ผู้ตัดสินยังมายุว่ากล่าวสกัดเอาไว้ได้ ซึ่งคาบิบเองก็ไม่ยินยอมใช้เวลากับการแสดงอาการชอบใจจากผลของชัยอะไร กลับรีบตะกายออกนอกกรงไป มีเรื่องมีราวต่อนอกเวทีในทันที และก็นำมาซึ่งการทำให้ทั้งยังนอกเวทีแล้วก็ในเวทีกำเนิดคู่มวยผิดกติกา นอกกฏข้อตกลงรวมทั้งกฏหมายกันหลายคู่

ผลปรากฏว่าเป็น หากแม้คาบิบจะเป็นผู้ชนะ แต่ว่ายังมิได้รับค่าจ้างอะไร รวมทั้งไม่บางทีอาจฟ้องคดีได้เนื่องจากว่าถูกอายัดโดยกฏหมายที่เมือง ทุ่มเทฝึกมาอย่างมากต่อสู้มาล้นหลาม ผลที่เกิดเป็นเกือบจะเสียเปล่าแล้วก็ยังจะถูกแบนการต่อยอีกเป็นปี หรืออาจจะเป็นผลให้ถูกปลดจากแชมป์ได้อีกด้วย แค่นี้ไม่พอจึงควรรับผลจากค่าเสียหาย รวมทั้งค่าปรับต่างๆหากแม้ทางข้างแมคเกเกอร์จะไม่เอาความก็ตาม แม้กระนั้นบาบิบสร้างความสูญเสียต่อหลายส่วน

ทำให้ในที่สุดแมคเกรเกอร์ได้ กล่าวไว้อย่างเจ็บแสบว่า “พวกเราบางทีอาจแพ้ศึกแต่ว่าพวกเราชนะสงคราม”